This is your very first post. Click the Edit link to modify or delete it, or start a new post. If you like, use this post to tell readers why you started this blog and what you plan to do with it.

This is your very first post. Click the Edit link to modify or delete it, or start a new post. If you like, use this post to tell readers why you started this blog and what you plan to do with it.


นักมวยผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง ROCKY แชมป์โลกผู้ไร้พ่ายคนแรกของโลก ก่อนสถิติอันยาวนานจะถูกทำลาย โดยนักชกรุ่นหลังอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์
สถิติการขึ้นชก
ชก 49
ชนะ 49
น็อก 43
แพ้ 0
เสมอ 0

แชมป์โลกรุ่นใหญ่ ผู้มีหมัดที่คมกริบและทรงพลัง สามารถเต้นฟุตเวิร์คได้ตลอดเวลาอย่างสวยงาม พริ้วไหวเหมือนกับมวยรุ่นเล็ก จนได้รับนิยามว่า “โบยบินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง”
สถิติการขึ้นชก
ชก 61
ชนะ 56
น็อค 37
แพ้ 5
เสมอ 0
3. ไมค์ ไทสัน

แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สถาบันคนแรกของโลก เจ้าของสถิติแชมป์โลกเฮฟวี่เวทที่อายุน้อยที่สุด ด้วยวัยเพียง 20 ปี ไทสันจัดว่าเป็นนักชกที่มีพลังหมัดทรงพลานุภาพมาก แถมยังมีการกัดหูเป็นอีกหนึ่งอาวุธเด็ด
สถิติการขึ้นชก
ชก 58
ชนะ 50
น็อก 44
แพ้ 6
เสมอ 0
ไม่ชก 2
4. ชูการ์เรย์ เลียวนาร์ด

เลียวนาร์ดไม่ใช่นักมวยประเภทหมัดหนักหรือบู๊ล้างผลาญ แต่เป็นนักมวยที่ชกได้อย่างชาญชลาด มีชั้นเชิงลีลา แต่หลายครั้งก็สามารถเอาชนะน็อกคู่ต่อสู้ได้อย่างเด็ดขาดเช่นกัน
สถิติการขึ้นชก
ชก 40
ชนะ 36
น็อก 25
แพ้ 3
เสมอ 1
5. มาร์วิน แฮ็กเลอร์

เป็น 1ใน4 จตุรเทพของยอดนักชกรุ่นกลางในทศวรรษที่ 80 ร่วมกับ ชูการ์เรย์ เลียวนาร์ด, โธมัส เฮิร์นส์ และ โรแบร์โต้ ดูรัน
แฮ็กเลอร์เป็นนักชกที่มีหมัดซ้ายอันหนักหน่วง ทรงพลัง และด้วยเป็นนักชกที่หัวโล้นเลี่ยนเตียน คนไทยจึงตั้งฉายาให้ว่า “ไอ้โล้นซ่า”
สถิติการขึ้นชก
ชก 67
ชนะ 62
น็อก 52
แพ้ 3
เสมอ 2
อ้างอิงแหล่งที่มา:https://pantip.com/topic/37053030

เป็นอดีตนักชกมวยชาวอเมริกัน แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สถาบันคนแรกของโลก เจ้าของสถิติเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวทที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัยเพียง 20 ปี 4 เดือนกับ 22 วัน ไทสันชนะการชกมวยระดับมืออาชีพ 19 ครั้งแรก ด้วยการน็อกเอาท์ โดยจำนวนนั้นเป็นการน็อกคู่ต่อสู้ในยกแรกถึง 12 ครั้ง
ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1986 ไมก์ ไทสัน ทำสถิติชนะรวด 26 ครั้ง ชนะน็อกถึง 24 ครั้ง ขึ้นชิงแชมป์โลกกับ เทรเวอร์ เบอร์บิค แชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทของสภามวยโลก (WBC) ขึ้นสังเวียนมวยที่โรงแรมฮิลตัน ในลาสเวกัส รัฐเนวาดา สำหรับเบอร์บิคแล้ว เขาเพิ่งได้แชมป์โลกเมื่อ 8 เดือนก่อนหน้านั้น ด้วยการชนะคะแนน พิงค์ลอน โธมัส แบบฉิวเฉียด ผลการชกไทสันเอาชนะน็อกเบอร์บิคได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ยกที่ 2 เท่านั้น และตลอดการชกเบอร์บิคเป็นฝ่ายถูกไทสันไล่ถลุงเพียงข้างเดียว ยิ่งโดยเฉพาะยกที่ 2 เบอร์บิคถูกไทสันชกล้มไปถึง 2 ครั้ง
ไมก์ ไทสัน จึงกลายเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวทคนใหม่ล่าสุด พร้อมกับทำสถิติเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวทที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัยเพียงแค่ 20 ปี 4 เดือน (ซึ่งยังเป็นสถิติมาจนทุกวันนี้) ทำลายสถิติเดิมของ ฟลอยด์ แพ็ตเตอร์สัน ที่เคยทำไว้ในวัย 21 ปี 10 เดือน และที่น่าเหลือเชื่อคือทั้งคู่มีเทรนเนอร์คนเดียวกัน คือ คัส ดี’อมาโต
หลังจากนั้นทั่วทั้งโลกได้รู้จักกับ ไมก์ ไทสัน นักมวยผู้มีภาพของความป่าเถื่อน รุนแรง กักขฬระ ผ่านการโปรโมตของ ดอน คิง โปรโมเตอร์อันดับหนึ่งของโลก นับได้ว่าไทสันกลายเป็นนักมวยอันดับหนึ่งของโลกและเป็นนักมวยคู่บารมีของดอน คิง อย่างแท้จริง การชกทุกครั้งของไมก์ ไทสัน สามารถทำเงินให้กับดอน คิง ได้มหาศาล ไทสันผ่านการชกป้องกันตำแหน่งอีกหลายต่อหลายครั้ง จนกลายเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สถาบันคนแรกของโลก รวมทั้งการเอาชนะน็อก ไมเคิล สปิ๊งคส์ อดีตแชมป์เหรียญทองรุ่นเฮฟวี่เวทโอลิมปิคที่มอนทรีออล ที่หันมาชกมวยสากลอาชีพและทำสถิติไม่เคยแพ้ใคร และเมื่อถูกประกบคู่กับไทสัน สปิ๊งคส์ถูกมองว่าอาจเป็นคนแรกที่ยัดเยียดความปราชัยให้แก่ไมก์ ไทสัน ได้ แต่ผลการชกจริง ๆ ปรากฏว่า สปิ๊งคส์ เป็นฝ่ายแพ้น็อกไปเพียงแค่ยกแรกเท่านั้น อย่างที่เรียกว่า “นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ”
แต่การป้องกันตำแหน่งที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กับ เจมส์ “บัตเตอร์” ดักลาส นักมวยโนเนม เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 ไทสันพลาดท่าแพ้น็อกแก่ดักลาสอย่างไม่มีใครคาดคิดในยกที่ 10 แม้จะมีเสียงครหาว่ากรรมการบนเวทีนับเร็วกว่ากรรมการที่อยู่ด้านล่างเวทีก็ตาม
ไมก์ ไทสัน มีฉายาเป็นภาษาอังกฤษว่า “Iron” สำหรับฉายาภาษาไทยแฟนมวยชาวไทยเรียกว่า “มฤตยูดำ” หรือ “ไอ้หัวบาก” และในช่วงที่กัดหูโฮลีฟิลด์ได้อีกฉายานึงว่า “จอมกัด” ทุกครั้งที่ขึ้นชก ไทสันจะสวมกางเกงมวยสีดำล้วน สวมรองเท้าสีดำที่หุ้มเพียงข้อเท้าโดยไม่สวมถุงเท้าจนเป็นเอกลักษณ์ ไทสันนั้นมีส่วนสูงเพียง 5 ฟุต 10 นิ้ว (178 เซนติเมตร) ถือว่าตัวเล็กมากสำหรับรุ่นเฮฟวี่เวท แต่มีการโยกหัวเข้าหาคู่ต่อสู้อย่างว่องไว และมีพลังกำปั้นที่หนักมาก ในปี ค.ศ. 2005 มีการจัดอันดับให้ ไมก์ ไทสัน เป็นนักมวยที่เก่งกาจที่สุดตลอดกาลของโลกในอันดับที่ 10 ด้วย ส่วนตัวนั้นไทสันชื่นชอบการเลี้ยงนกพิราบ โดยเลี้ยงเป็นฝูงใหญ่มาตั้งแต่เด็ก และถึงขนาดเคยเปิดห้องพักในโรงแรมห้าดาวให้แก่นกพิราบของตนมาแล้ว
ไทสัน แต่งงานมาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งในปี ค.ศ. 1988 กับ โรบิน กิฟเว่นส์ ในช่วงที่ยังเป็นแชมป์โลก 3 สถาบันอยู่ ก่อนจะหย่าร้างกันในปีถัดมา ไทสันแต่งงานอีกครั้งกับ โมนิกา เทอร์เนอร์ ในปี ค.ศ. 1997 และอยู่กินมามาถึงปี ค.ศ. 2003 ไทสันแต่งงานเป็นครั้งที่ 3 กับ ลาคิชา สไปเซอร์ ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2009[1]


นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอคนนี้ “เจสซี่ วาร์ด” (Jessie Vard) เน็ตไอดอลสุดเซ็กซี่ที่โด่งดังจนฉุดไม่อยู่จากโลกโซเชียล นางแบบสาวนัยตาน้ำข้าวลูกครึ่งอังกฤษ-ไอซ์แลนด์ แต่หัวใจไทย วัย 20 ปีบริบูรณ์ ที่ก่อนหน้านี้เคยตกเป็นข่าวใหญ่ช่วยคุณพ่อเรียกร้องความยุติธรรมจากการถูกสถาบันการเงินของไทยยึดบ้านที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2553 ทั้งที่เธอและคุณพ่อมีเอกสารและโฉนดที่ดินครอบครองสิทธิ์อย่างถูกต้อง รวมถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจไทยในการดำเนินคดี
จากเหตุการณ์โด่งดังในครั้งนั้นทำให้ชื่อของ เจสซี่ เด็กสาวที่ขณะนั้นอายุเพียง 14 ปี ต้องสู้ชีวิต สิ้นเนื้อประดาตัว ลำบากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีแม้กระทั่งที่จะซุกหัวนอน เงินจะซื้อข้าวกินก็ไม่มี ต้องทำงานสู้ชีวิตสายตัวแทบขาดเพื่อหาเงินมาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ให้ผ่านพ้นไปได้แบบวันต่อวัน จนกลายเป็นประเด็นดราม่ามากมายเกี่ยวกับเธอบนโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง
วันนี้ เจสซี่ กลับมาอีกครั้ง! กับการประกาศตัวเป็น “นางแบบหวิว” มาพร้อมหุ่นฟิตที่แตกเนื้อสาวดังเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ…พกแตงโมลูกโต สัดส่วนโค้งเว้ารัญจวนใจ มาขโมยหัวใจหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ให้ได้ร้องซี๊ดดด! แซ่บซะจนเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดจนแทบหมดตัว ในวันสบายๆ แบบนี้ เจสซี่ ได้แบ่งเวลามาพูดคุยกับเราในวันที่งานถ่ายแบบเซ็กซี่รัดตัวชนิดที่แทบจะไม่มีเวลาได้หายใจ เพื่อมาอัปเดทชีวิตของเธอตลอด 5 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ชีวิตผกผันจนกว่าจะถึงวันนี้แบบหมดเปลือกไม่มีกั๊ก
>>>ตัวอย่างผลงาน<<<

เครื่องดื่มล้างพิษ เชื่อเลยว่า คนที่รักสุขภาพหลาย ๆ คนน่าจะคิดถึง น้ำมะนาวโซดาเป็นอันดับต้น ๆ ยิ่งในตอนนี้ มะนาวโซดา หรือมะนาวผสมโซดา กลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตเลยทีเดียว เพราะมีความเชื่อว่า น้ำมะนาวผสมโซดา จะช่วยรักษามะเร็งได้ แต่ก็มีแพทย์ออกมาเตือนแล้วว่า น้ำมะนาวผสมโซดาไม่ได้ช่วยรักษามะเร็งแต่อย่างใด เพียงแต่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระที่เป็นตัวก่อเซลล์มะเร็งได้เท่านั้นเอง
แต่ถึงแม้น้ำมะนาวโซดาแก้วนี้ จะไม่ได้ช่วยรักษาโรคมะเร็งอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ได้ แต่น้ำมะนาวโซดา สามาถช่วยล้างพิษ หรือดีท็อกซ์ได้นะจ๊ะ แต่ก็ต้องระวังให้มากหน่อยสำหรับผู้ที่เป็นโรคกะเพาะ หรือผู้ป่วยโรคทางเดินอาหาร เพราะมะนาวและโซดามีฤทธิ์เป็นกรด อาจจะเข้าไปกัดกระเพาะเข้าได้ ควรจะดื่มในปริมาณที่พอเหมาะพอควรนะคะ
1. น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย รสสละ 3-4 ช้อนโต๊ะ
2. โซดา ½ ขวด
3. มะนาว ½ ลูก
4. เกลือป่น ปลายช้อนชา
5. น้ำแข็งป่น 1 แก้ว
1. เริ่มตั้งแต่คั้นมะนาวเลยค่ะ (จากในรูปนี้ทำสำหรับ 2 ที่นะคะ) นำมะนาวมาหั่นเป็นชิ้น ๆ โดยหั่นแบบหลีกเลี่ยงตัวแกนมะนาว ตามภาพนะคะ นำเมล็ดออก บีบใส่แก้ว จากนั้นพักไว้ก่อนค่ะ
2. นำน้ำหวานเฮลซ์บลูบอยตวงใส่ภาชนะ เช่นเหยือก หรือแก้วทรงสูงนะคะ จะสังเกตไหมคะว่าปกติดิฉันจะไม่บอกหรือเน้นยี่ห้อวัตถุดิบเลย แต่คราวนี้ขอระบุค่ะ เพราะยี่ห้อนี้ให้ความหอมหวาน อร่อยจริง ๆ และถ้าอยากได้น้ำแดงรสอร่อย ต้องดูที่ฉลากด้วยนะคะว่าเป็นรสสละค่ะ เมื่อตวงน้ำแดงของเราใส่ภาชนะแล้ว ให้เทโซดาตามลงไปค่ะ คนให้เข้ากันเล็กน้อย บางท่านอาจลังเลใช้น้ำสะอาดแทนโซดาได้หรือไม่ อันนี้ขอบอกนะคะว่า ถ้าใช้น้ำเปล่า ความอร่อย ซ่า ชื่นใจจะหายไปเกินครึ่งหนึ่งเลยค่ะ
3. ใส่น้ำมะนาวที่คั้นแล้วตามลงไปอีกครั้ง (หากใครไม่ชอบรสเปรี้ยว จะไม่ใส่มะนาวก็ได้นะคะ ก็จะได้เป็นน้ำแดงโซดาเท่านั้น อร่อยไปอีกแบบค่ะ) ใส่เกลือป่นลงไปค่ะ ใช้เพียงปลายช้อนชาก็เพียงพอนะคะ ไม่ต้องใส่เยอะค่ะ คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันและเกลือป่นละลายดีแล้ว
4. ตักน้ำแข็งเตรียมใส่แก้วที่เราต้องการได้เลยค่ะ เคล็ดไม่ลับอีกอย่างก็คือ พยายามใช้น้ำแข็งป่น หรือน้ำแข็งหลอดขนาดเล็กนะคะ (หากที่บ้านมีก้อนใหญ่ ต้องทุบให้ก้อนเล็กลงค่ะ) เพราะเวลาทานน้ำพวกนี้กับน้ำแข็งที่ก้อนไม่ใหญ่นัก จะเพิ่มความอร่อยได้อีกค่ะ ไม่เชื่อลองดู จากนั้นเทส่วนผสมทั้งหมดลงในแก้วที่มีน้ำแข็งแล้ว คนให้เข้ากันอีกสัก 2-3 ครั้งเป็นอันเสร็จ ทานกันแบบหวาน ๆ เย็น ๆ ชื่นใจกันได้ตามสบายเลยค่ะ เห็นไหมคะว่าไม่ยากเลย เพียงไม่กี่ขั้นตอนแบบนี้เราก็ได้น้ำแดงมะนาวโซดาซ่าทานกันแบบชื่นใจแล้ว


ที่มา: http://www.tamkrua.com/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2/
ที่มา : http://cooking.kapook.com/view94031.html

ในเมื่อมีเมนูลาบก็ต้องตามมาด้วยเมนูน้ำตกที่เป็นของคู่กัน ก็เพราะว่ามีวิธีทำและส่วนผสมที่คล้ายกันนั่นเอง เมนูน้ำตกฮิต ๆ ก็คงเป็นน้ำตกหมู แต่ที่เราจะนำเสนอขอเปลี่ยนเป็นน้ำตกปลาหมึกสักหน่อยดีกว่า เอาใจคนชอบกินอาหารทะเล ทำง่าย ๆ ด้วย มาดูกัน
สิ่งที่ต้องเตรียม
วิธีทำ
• ใส่น้ำลงในหม้อเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่เนื้อปลาหมึกลงไปรวนจนสุก ยกลงจาเตา ตักใส่อ่างผสมเตรียมไว้
• ใส่หอมแดง ต้นหอมซอย และใบสะระแหน่ลงในหม้อ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย และพริกป่น คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เติมข้าวคั่ว จากนั้นเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ พร้อมเสิร์ฟ
เครดิตจากเว็บไซต์:http://recipe-4-regions-thailand.blogspot.com/2015/04/blog-post_85.html

เครื่องดื่มล้างพิษ เชื่อเลยว่า คนที่รักสุขภาพหลาย ๆ คนน่าจะคิดถึง น้ำมะนาวโซดาเป็นอันดับต้น ๆ ยิ่งในตอนนี้ มะนาวโซดา หรือมะนาวผสมโซดา กลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตเลยทีเดียว เพราะมีความเชื่อว่า น้ำมะนาวผสมโซดา จะช่วยรักษามะเร็งได้ แต่ก็มีแพทย์ออกมาเตือนแล้วว่า น้ำมะนาวผสมโซดาไม่ได้ช่วยรักษามะเร็งแต่อย่างใด เพียงแต่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระที่เป็นตัวก่อเซลล์มะเร็งได้เท่านั้นเอง
แต่ถึงแม้น้ำมะนาวโซดาแก้วนี้ จะไม่ได้ช่วยรักษาโรคมะเร็งอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ได้ แต่น้ำมะนาวโซดา สามาถช่วยล้างพิษ หรือดีท็อกซ์ได้นะจ๊ะ แต่ก็ต้องระวังให้มากหน่อยสำหรับผู้ที่เป็นโรคกะเพาะ หรือผู้ป่วยโรคทางเดินอาหาร เพราะมะนาวและโซดามีฤทธิ์เป็นกรด อาจจะเข้าไปกัดกระเพาะเข้าได้ ควรจะดื่มในปริมาณที่พอเหมาะพอควรนะคะ
ขั้นตอนการทำ
1. น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย รสสละ 3-4 ช้อนโต๊ะ
2. โซดา ½ ขวด
3. มะนาว ½ ลูก
4. เกลือป่น ปลายช้อนชา
5. น้ำแข็งป่น 1 แก้ว
1. เริ่มตั้งแต่คั้นมะนาวเลยค่ะ (จากในรูปนี้ทำสำหรับ 2 ที่นะคะ) นำมะนาวมาหั่นเป็นชิ้น ๆ โดยหั่นแบบหลีกเลี่ยงตัวแกนมะนาว ตามภาพนะคะ นำเมล็ดออก บีบใส่แก้ว จากนั้นพักไว้ก่อนค่ะ
2. นำน้ำหวานเฮลซ์บลูบอยตวงใส่ภาชนะ เช่นเหยือก หรือแก้วทรงสูงนะคะ จะสังเกตไหมคะว่าปกติดิฉันจะไม่บอกหรือเน้นยี่ห้อวัตถุดิบเลย แต่คราวนี้ขอระบุค่ะ เพราะยี่ห้อนี้ให้ความหอมหวาน อร่อยจริง ๆ และถ้าอยากได้น้ำแดงรสอร่อย ต้องดูที่ฉลากด้วยนะคะว่าเป็นรสสละค่ะ เมื่อตวงน้ำแดงของเราใส่ภาชนะแล้ว ให้เทโซดาตามลงไปค่ะ คนให้เข้ากันเล็กน้อย บางท่านอาจลังเลใช้น้ำสะอาดแทนโซดาได้หรือไม่ อันนี้ขอบอกนะคะว่า ถ้าใช้น้ำเปล่า ความอร่อย ซ่า ชื่นใจจะหายไปเกินครึ่งหนึ่งเลยค่ะ
3. ใส่น้ำมะนาวที่คั้นแล้วตามลงไปอีกครั้ง (หากใครไม่ชอบรสเปรี้ยว จะไม่ใส่มะนาวก็ได้นะคะ ก็จะได้เป็นน้ำแดงโซดาเท่านั้น อร่อยไปอีกแบบค่ะ) ใส่เกลือป่นลงไปค่ะ ใช้เพียงปลายช้อนชาก็เพียงพอนะคะ ไม่ต้องใส่เยอะค่ะ คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันและเกลือป่นละลายดีแล้ว
4. ตักน้ำแข็งเตรียมใส่แก้วที่เราต้องการได้เลยค่ะ เคล็ดไม่ลับอีกอย่างก็คือ พยายามใช้น้ำแข็งป่น หรือน้ำแข็งหลอดขนาดเล็กนะคะ (หากที่บ้านมีก้อนใหญ่ ต้องทุบให้ก้อนเล็กลงค่ะ) เพราะเวลาทานน้ำพวกนี้กับน้ำแข็งที่ก้อนไม่ใหญ่นัก จะเพิ่มความอร่อยได้อีกค่ะ ไม่เชื่อลองดู จากนั้นเทส่วนผสมทั้งหมดลงในแก้วที่มีน้ำแข็งแล้ว คนให้เข้ากันอีกสัก 2-3 ครั้งเป็นอันเสร็จ ทานกันแบบหวาน ๆ เย็น ๆ ชื่นใจกันได้ตามสบายเลยค่ะ เห็นไหมคะว่าไม่ยากเลย เพียงไม่กี่ขั้นตอนแบบนี้เราก็ได้น้ำแดงมะนาวโซดาซ่าทานกันแบบชื่นใจแล้ว


ที่มา : http://www.tamkrua.com/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2/
ที่มา : http://cooking.kapook.com/view94031.html


URL:https://www.youtube.com/watch?v=of1QsgGtA9Q